Process Capability – การประเมินความสามารถกระบวนการ

Process Capability คือการวัดความสามารถของกระบวนการผลิตในการผลิตสินค้าว่าสามารถผลิตสินค้าที่ตรงตามมาตรฐานและมีคุณภาพสูงได้หรือไม่ โดยปกติแล้วการวัดความสามารถของกระบวนการผลิตจะทำการเทียบ Process Variation (ค่าผันแปรของกระบวนการ) กับ Voice of Customer หรือ Customer Specification (ค่าความต้องการของลูกค้า)

              

กระบวนการที่มีประสิทธิภาพ – การกระจายตัวของ Process Variable น้อยกว่า Voice of Customer (Specification) ทำให้ สินค้าที่ผลิตตรงตาม Spec ของลูกค้าทั้งหมด.

               กระบวนการที่ไม่มีประสิทธิภาพ – การกระจายตัวของ Process Variable มากกว่า Voice of Customer (Specification) ทำให้ สินค้าที่ผลิตบางส่วนมีโอกาสหลุด Spec ข้อลูกค้า.

โดยค่าที่จะใช้ในการวัดความสามารถกระบวนการว่ากระบวนการไหนมีประสิทธิภาพไม่มีประสิทธิภาพคือ Cp  และ Pp 

📌Cp และ Pp คืออะไร

Cp (Process Capability Index) เป็นค่าที่บอกถึงขีดความสามารถของกระบวนการผลิตในระยะสั้น คือที่เวลาใดเวลาหนึ่งกระบวนการมีขีดความสามารถเป็นอย่างไร.

Pp (Process Performance Index) เป็นค่าที่บอกถึงขีดความสามารถของกระบวนการในระยะยาวซึ่งจะรวมเอาความผันแปรที่เกิดจากความไม่มีเสถียรภาพของกระบวนการเข้ามาด้วย.

ถ้าดูจากสูตรคำนวนจะเห็นได้ว่ายิ่งค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูล (Standard Deviation) ยิ่งมากเท่าไหร่ จะทำให้ค่า Cp และ Pp ยิ่งน้อยเท่านั้น ดังนั้นสรุปได้ว่า“ยิ่งค่า Cp  กับ Pp น้อย แสดงว่ากระบวนการไม่มีประสิทธิภาพ”

📌การใช้ Cp และ Pp

หากลองพิจารณาค่า Cp และ Pp ดีๆ จะพบว่าหากคำนวนค่า Cp และ Pp ทั้ง ในบาง Process มีค่าเท่ากัน แต่ว่าจำนวนของของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการไม่เท่ากัน. Cp และ Pp ไม่ได้สะท้อนความสามารถของกระบวนการจริงๆ เนื่องจากค่าเฉลี่ยข้อมูลไม่ได้อยู่กึ่งกลางระหว่างขอบเขต USL และ LSL. ดังนั้นในการวัดความสามารถกระบวนการจำเป็นต้องใช้ Cpk และ Ppk ในการคำนวน

Cpk และ Ppk จะเป็นการเปรียบเทียบระยะห่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกระบวนการกับค่าขอบเขตกำหนดเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งที่ใกล้ที่สุดดังนั้นยิ่งค่าเฉลี่ยของข้อมูลใกล้ขอบเขตกระบวนการเท่าไหร่ Cpk และ Ppk ยิ่งต่ำเท่านั้น (กระบวนการไม่มีประสิทธิภาพ)

ตัวอย่างการคำนวน

📌ค่า Cpk และ Ppk บอกความสามารถกระบวนการอย่างไร??

               Cpk และ Ppk น้อยกว่า 1 : กระบวนการมีความสามารถที่ไม่ดี ต้องรีบปรับปรุง

               Cpk และ Ppk อยู่ระหว่าง 1 – 1.33  : ความสามารถกระบวนการปานกลาง ควรปรับปรุง

               Cpk และ Ppk อยู่ระหว่าง 1.33 – 2  : กระบวนการมีความสามารถอยู่ในเกณฑ์ที่ดีถึงดีมาก

               Cpk และ Ppk มากกว่าหรือเท่ากับ 2 : กระบวนการมีความสามารถอยู่ในระดับ World Class (Six Sigma Level)

📌ประโยชน์ของการมี Process Capability ที่ดี

ลดต้นทุนในการผลิต (Reduce Production Cost)

  1. ลดต้นทุนในการผลิต (Cost Reduction)
  2. เพิ่มคุณภาพสินค้า (Improve Quality)
  3. ลดการทำงานที่ไม่จำเป็น (NVA Reduction)
  4. ลดการตรวจสอบสินค้าที่ไม่ดี (Reduce Rework)
  5. เพิ่มความพร้อมในการจัดส่ง (Improve Deliverable)
  6. เพิ่มความเชื่อมั่นลูกค้า (Gain Customer Trust)
  7. ลดข้อร้องเรียนลูกค้า (Complaint Reduction)
  8. ลดความล่าช้าในการผลิต (Reduce Production Delayed)
  9. เพิ่มประสิทธิภาพ (Improve Efficiency)
  10. ลดแผนการตรวจสอบสินค้า (Appraisal Cost Reduction)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับความสามารถของกระบวนการผลิต หวังว่าเพื่อนๆจะนำข้อมูลไปใช้และปรับปรุงหน้างานตัวเองนะครับ ❤❤

#Kaizen #continuousimprovement #leanmanufacturing #improvement

#productive #engineer

❤ติดตามพวกเราได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/productiveeng/
Blockdit: https://www.blockdit.com/productiveeng
Website: https://productiveeng.co/

Published by Thanapat C.

Hello

Leave a comment